อันดับอาหารทำลายสุขภาพ
” จานเด็ด(ชีวิต) ”
?อันดับ 1 แฮมเบอร์เกอร์
ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ MSG เป็นสารเคมีช่วยทำให้สัตว์อ้วน

?อันดับ 2 ฮอทด็อก
ทำจากเนื้อส่วนที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตวที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้
จะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบด

?อันดับ 3 เฟรนซ์ฟราย
เป็นอาหารที่มี”ความเป็นพิษสูง”
จะทอดกันที่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้มีสารอะคริลิไมด์ . แพร่ออกมา
เป็นสารโรคมะเร็ง

?อันดับ 4 คุกกี้
ที่เด่นชัดมากก็คือ ส่านของน้ำตาล
อยู่สูง 23 กรัม ทำให้ผิวหนังเหยี่วย่นและเกิดริ้วรอยไดัเร็วขึ้น

?อันดับที่ 5 พิชช่า
ในเชิงการค้าจะประกอบไปด้วยอาหาที่มาจากการตัดแต่งพันธุกรรม 5 ชนิด
– เนยแท้ 10% เท่านั้น
– แป้ง ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไป แต่ได้เติมเกลือแร่สังเคราะห์เข้าไปใหม่
– ซอสมะเขือเทศทำด้วยสารที่
คล้ายมะเขือเทศ สารกันบูด ที่อาจมีพิษเมื่อเกิดการสะสม
– แป้งสาลี ที่นำมาใช้ เป็นแป้งชนิดที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม
– น้ำม้นฝ้าย ฝ้ายไม่ได้เป็นพืช
พวกอาหาร มันอาจผ่านสเปร์ยด้วย
ยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้

?อันดับ 6 น้ำอัดลม
สารตัวสำคัญ ในน้ำอัดลม ก็คือ
กรดกำมะถัน (Phosphoric acid)มีความเป็นกรดสูงมาก ที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน

?อันดับที่ 7 ชิ้นไก่เนื้อนุ่มไม่มีกระดูก ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว จะให้พลังงาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก มีการเติมสารปรุงรส ทำให้ปวดศีรษะ

?อันดับที่ 8 ไอศครีม
มีไขมันอยู่สูงมาก มีไขมันเกินกว่า 50% ที่แนะนำให้บริโภค และมีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ที่แนะนำให้บริโภค

?อันดับที่ 9 โดนัท
โดยเฉลี่ย จะให้พลังงานประมาณ
300 แคลอลี่ 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตมากเกินกว่า 50% ที่แนะนำให้บริโภค

?อันดับที่ 10 โปเตโต้ชิพ
อาหารขบเคี้ยว จะทอดกันที่อุณหภูมิสูงทำให้มีสารอะคริลิไมท์ (Acrylimides) ที่เป็นสารก่อมะเร็ง และทำลายประสาท

ต่อไปนี้ จะให็ ลูก เล็ก เด็ก แดง ลูกหลาน ของเรา และเหล่า ส ว. อย่าง พวกเรา ต้อง ระวัง มากขึ้น ภัยมันอยู่ใกล้ตัวเราจริงๆ นะ

 


10 อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน

เรื่องราวของ “หมอจีน” ที่บอกว่าได้นำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดยใช้หลักแพทย์แผนปัจจุบันประกอบเป็นอาหารที่ไม่ควรกินมากเกินหรือกินบ่อยไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. ไข่เยี่ยวม้า เนื่องจากมีสารตะกั่วค่อนข้างสูง ซึ่งฤทธิ์ของตะกั่วจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง หากกินบ่อยๆ ก็จะเสี่ยงต่อโรคกระดูกโปร่งบางและอาจทำให้ได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม หรือเป็นหมันได้

2. ปาท่องโก๋ เพราะอาจมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ซึ่งมักปะปนอยู่ในสารส้มที่ใช้ในกระบวนการทำปาท่องโก๋ โดยฤทธิ์ของตะกั่วนั้น จะทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ ยังทำให้คอแห้ง และเจ็บคอได้ โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย

3. เนื้อย่าง เนื่องจากในกระบวนการทำให้สุกมักเกิดสารเบนโซไพรีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ผักดอง ซึ่งมีเกลือโซเดียมในปริมาณสูง ดังนั้น หากบริโภคบ่อยเกินหรือมากเกินก็จะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดโลหิต และเป็นโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนี้ ในกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิด สารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

5. ตับหมู เนื่องจากมีคอเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยๆ จึงทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น

6. ผักโขมหรือปวยเล้ง แม้จะเป็นผักที่มีธาตุอาหารสูง แต่ก็มีกรดออกซาเลตอยู่มาก จึงทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมากเกินไป การกินบ่อยๆ หรือมากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้

7. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มักมีสารกัดบูด และสารปรุงแต่งรสค่อนข้างสูง รวมทั้งมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกินไปจึงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการสะสมสารพิษได้

8. เมล็ดทานตะวัน แม้จะเป็นอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง แต่การกินมากหรือบ่อยเกินไปจะทำให้กระบวนการเคมีในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ และภาวะไขมันในตับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับแข็งเพิ่มมากขึ้น

9. เต้าหู้หมักหรือเต้าหู้ยี้ ในกระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุและเด็กเล็ก นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย

10. ผงชูรส โดยทั่วไปคนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา เพราะการกินผงชูรสมากหรือบ่อยเกิน จะทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูงซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

อาหารทั้ง 10 ชนิดนี้ เมื่อรับประทานมากหรือบ่อยเกินไป ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย จึงควรหลีกเลี่ยงการกินบ่อยๆ แล้วหันมายึดคติที่ว่า “ทานอาหารให้หลากหลาย ทานผักผลไม้หลากสี ออกกำลังกาย และทำจิตใจให้ดี” เพียงเท่านี้ก็สุขได้พร้อมร่างกายที่แข็งแรงแล้ว