พระอาจารย์ปราโมทย์ สอนธรรมมะที่เหมาะกับคนเมือง
ที่ไม่ค่อยมีเวลานั่งปฎิบัติภาวนา
โดยให้เจริญสติได้ในชีวิตประจำวัน และตลอดเวลา

ไม่ต้องไปวัดก็ได้ เรื่องสถานที่ หลวงพ่อท่านเน้น ให้ปฏิบัติในทุกๆที่ ทุกๆเวลา ที่ไม่จำเป็นต้องคิด ถ้ายังแยกการปฏิบัติออกจากชีวิตประจำวัน โอกาสเข้าถึงมรรคผลนิพพาน ในชาตินี้ยังไม่มีนะครับ

โดยท่านสรุปแก่นธรรมให้ดังนี้ครับ
“ให้ตามรู้กาย ตามรู้ใจ ตามความเป็นจริง (ในปัจจุบัน)
ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง”

ถ้าจับหลักได้แล้ว จะไม่มีคำถามให้สงสัยเลยครับ
เพราะจะใช้แก่นนี้ เช็คได้ครับ ว่าไปผิดทางหรือเปล่า หรือยังอยู่ในทาง

ยิ่งได้ฟังซีดี คลิป หรือ อ่านหนังสือธรรมมะของท่านบ่อยๆ
จะเข้าใจมากขึ้นครับ แต่เราต้องปฎิบัติไปด้วยนะครับ

 

คนที่ตรวจการบ้านได้  ตอนนี้เท่าที่รู้ก็มี ครูบาอ้า, แม่ชี, คุณประสาน พุทธกุลสมศรี, ทันตแพทย์ณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์, คุณมาลี ปาละวงค์

คนที่หลวงพ่อไว้วางใจให้สอบถามการปฎิบัติได้ท่านอื่นนอกจากตามความเห็นที่สิบกล่าวไว้แล้วแล้วยังมี  คุณจิรัตน์ ,หมอม่อน( สัตวแพทย์), หมอเกิ้น, คุณ นพ( เชฟรอน ), คุณสำราญ , คุณฟ้า , ครูบา อ๊า ( ไม่ใช่ ครูบาอ้า )

คนที่พอจะสอบถาม แนวทางการปฏิบัติ ผ่านเฟสบุ๊คได้ ก็มี อาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
https://www.facebook.com/surawat.se

เว็บสำหรับติดตามข่าวสาร ปฏิทินการแสดงธรรม หนังสือ และ สื่อธรรมะ ของ หลวงพ่อปราโมทย์
http:\\www.dhammada.net , http:\www.dhamma.com
สามารถขอรับหนังสือ และ สื่อธรรมะของ หลวงพ่อปราโมทย์ได้ที่ มูลนิธิสื่อธรรมะหลวงพ่อปราโมทย์ฯ
https://www.facebook.com/LPPramoteMediaFund

ดูปฎิทินวันที่สีเขียวท่านอยู่ที่วัดเปิดสอนอยู่ http://www.wimutti.net/

 

เช้านี้ ที่สวนสันติธรรม

# ฆราวาส ต้องช่วยกันรักษาศาสนา
# อุบาสก อุบาสิกา ต้องเข้มแข็ง
# งานสำคัญขณะนี้
คือ การสร้างชาวพุทธที่แท้จริง
# รับสืบต่อไม่ได้ ก็คือ “หมด”

ศาสนาพุทธ
จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้
ในบ้านในเมืองเรา ไม่มีคนรักษา

ธรรมวินัย ปั่นป่วนไปหมด
เราโยนภาระรักษาศาสนาให้พระไม่ได้นะ
พระมีอยู่สองแสนกว่ารูปเอง
ฆราวาสมีตั้งเจ็ดสิบกว่าล้าน

ทุกคนเป็นชาวพุทธด้วยกัน
ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ต้องเข้มแข็ง
ถึงจะรักษาศาสนาได้

เวลานี้ ภิกษุน้อยลง ๆ
เหลืออยู่สองแสนเท่านั้นมั้ง
ในจำนวนสองแสน ก็มีส่วนนึง
ท่านบวชไปตามประเพณี
ไม่รู้จะทำอะไรไปบวชก็มี
ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนอะไร
คือเป็นคนที่ด้อยโอกาสในสังคมนะ
ท่านไม่ได้มีกำลัง
ที่จะรักษาศาสนาได้จริง

เพราะฉะนั้น อุบาสก อุบาสิกา
สำคัญมากนะตอนนี้
คล้าย ๆ คบไฟอันนี้ส่งทอดมา
พระหมดแรงแล้ว พระจะหมดอยู่แล้ว

ถ้าอุบาสก อุบาสิกา
รับสืบต่อไม่ได้
ก็คือ “หมด” นั่นแหละ

. . . . . . . .

เนี่ย ไปคิดว่าจะอยู่ ๕,๐๐๐ ปี
ตัวเลขปลอบใจ
หลวงพ่ออ่านพระไตรปิฎกมา
ไม่เคยเจอเลยว่าจะอยู่ ๕,๐๐๐ ปี

อาจจะหมดในรุ่นเรานี้ก็ได้

มันมีแต่เรื่อง ที่มันสะท้อน
ว่าไม่มีคนรักษาพระพุทธศาสนา

เหลือพวกเรานี้แหละ
แต่พวกเราไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย
อย่างหลวงพ่อ ไม่ได้มีอิทธิพลอะไร
อำนาจอะไรก็ไม่มีสักอย่าง
พรรคพวกก็ไม่มี การเมืองหนุนหลังก็ไม่มี

ก็ได้แต่เทศน์อย่างนี้แหละ
คงช่วยสืบอายุศาสนาได้ก็เฉพาะพวกเรา
สอนพวกเราได้ ระดับพัน ระดับหมื่น
เทียบกับคนจำนวนมากแล้ว
มันนี้ดเดียวเอง

. . . . . . . .

ศาสนาพุทธแท้ ๆ อยู่ยาก
เป็นศาสนาของสติ
ศาสนาของปัญญา
ศาสนาของการช่วยตัวเอง

คนส่วนใหญ่อ่อนแอ
อยากให้คนอื่นช่วย
อยากให้พระเจ้าช่วย
อยากให้เทวดาช่วย

ไม่ได้คิดจะช่วยตัวเอง
แล้วก็ไม่อยากฝึกตัวเองด้วย
ตามใจกิเลสไปเรื่อย ๆ แต่ละวัน ๆ
เคารพผลประโยชน์ เคารพวัตถุ
ไม่ได้รู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

เราเกิดมา ไม่ใช่เพื่อมาหาอยู่หากินนะ
อย่างนั้นหมามันก็ทำได้
หาอยู่หากินไปวัน ๆ นึง
โตขึ้นมาก็สืบพันธุ์ไป นั่นมันแบบสัตว์

มนุษย์ มีเป้าหมายในขีวิตสูงกว่านั้น
ต้องยกระดับใจของเราให้สูงให้ได้
ถึงจะชื่อว่า มนุษย์

มนุษย์ แปลว่า ผู้มีใจสูง
มีใจฝึกได้ ฝึกอบรมได้

เรามาฝึกนะ
ด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา

. . . . . . . .

ทุกวันนี้ คนเข้าวัด
ไม่ได้เข้าไปหาธรรมะกัน
เข้าไปหา ความเฮง เสียเป็นส่วนใหญ่
วัดนี้มีเทวรูปองค์นี้ใหญ่ ๆ
สร้างพระโต ๆ แข่งกัน

พระโต ๆ รักษาศาสนาไม่ได้
คนธรรมดาอย่างพวกเรานี่แหละ
อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ
ถึงจะรักษาศาสนาได้

พระองค์ใหญ่ ๆ รักษาไม่ได้
รักษาตัวเองยังไม่ได้เลย

ถึงจุดที่ชาวพุทธหมดไปนะ
สิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนา
ก็เปลี่ยนเป็นของคนอื่นไป
เป็นที่ท่องเที่ยว เป็นที่อะไรอย่างนั้นไป

งานสำคัญขณะนี้
คือการ “สร้างคน” นะ
สร้าง “ชาวพุทธที่แท้จริง”

ชาวพุทธที่แท้จริง ต้องรู้ว่า
“พระพุทธเจ้าสอนอะไร”

หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
จะครอบคลุมด้วยหลักธรรมอันหนึ่ง
คือ “อริยสัจ ๔”

ธรรมะทั้งหมด
ประมวลลงมาได้ใน อริยสัจ ๔

ต้องเรียน ค่อยฝึกปฏิบัติไป

. . . . . . . .

ถ้า “อริยสัจ” ยังมีคนสืบทอดอยู่นะ
ศาสนาพุทธ ยังอยู่

ถ้า “อริยสัจ” สูญหายไป ไม่มีคนรู้จัก
ศาสนาพุทธ ก็สูญหายไป

ลำพังมีคนถือศีล
ไม่มีศาสนาพุทธ ก็ถือศีลได้

ลำพังนั่งสมาธิ
ไม่มีศาสนาพุทธ เขาก็นั่งกันอยู่แล้ว

ถ้าหลักธรรมสำคัญนี้สูญไปนะ
ไม่มีผู้สืบทอด
ก็คือ “สูญ”

อันตรธาน

. . . . . . . .

รักษาสืบทอดนะ ด้วยการปฏิบัติ
ฟังให้รู้เรื่อง แล้วไปดูรูปดูนาม

ถือศีล ๕ ไว้ ทุกวันทำในรูปแบบ
ให้จิตใจสงบ จิตใจตั้งมั่น ได้สมาธิที่ดี

เวลาที่เหลือ อยู่ในชีวิตประจำวัน
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์
เกิดสุข ให้รู้ เกิดทุกข์ ให้รู้
เกิดกุศล เกิดอกุศล ให้รู้
ก็จะเห็นว่าสภาวะทั้งหลาย
เกิดแล้วดับทั้งสิ้น เห็นอย่างนี้ไป

ถ้าเมื่อไหร่ จิตยอมรับความจริงว่า
สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ
จิตจะบรรลุพระโสดาบัน

ถ้าเมื่อไหร่จิตรู้แจ่มแจ้ง
ว่ารูปนาม ขันธ์ ๕ กายใจนี้ คือ ตัวทุกข์
นั่นแหละ จิตจะหลุดพ้น
สัมผัสพระนิพพานเต็มภูมิ

. . . . . . . .

ถ้าใจของเราพิสูจน์ได้ว่า
ธรรมะของพระพุทธเจ้าดี วิเศษ จริง ๆ
ปฏิบัติแล้วพ้นทุกข์จริง ๆ นะ

เราจะเชื่อมั่นแน่นแฟ้น
ในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์

เกิดเรื่องเสียหายอะไรขึ้นมา
พระทำไม่ดีไม่งาม ใจเราไม่หวั่นไหว
เรารู้ว่านี่เรื่องของคน เรื่องของกิเลส
ไม่ใช่ ธรรมะ

คนมันแพ้กิเลส
มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ
ธรรมะของดี ของวิเศษ

ไม่ใช่เอาชนะกิเลสได้ง่าย ๆ นะ
อย่างพวกเราภาวนา รู้สึกไหม
สู้กิเลส ไม่ใช่ง่ายนะ
กว่าจะผ่านแต่ละด่าน ๆ ไม่ใช่ง่าย

เราจะไปหวังว่าพระจะต้องดี เพอร์เฟ็คท์
พระก็มีกิเลสเหมือนกัน
บางองค์ลำบาก หาอยู่หากิน
ยังไม่พอจะอิ่มท้องไปวันนึง ๆ
จะไปทำอะไรนะ

เราเรียกร้องพระมากไป
พระไม่มีกำลังพอแล้วล่ะ

เพราะฉะนั้น
ฆราวาสไม่รักษาศาสนา
ก็คือ “หมด” นั้นแหละ

. . . . . . . .

# พุทธศาสนา รักษาไว้ที่ใด
ก็ไม่ปลอดภัย เท่าที่ใจของเราเอง

#หลวงพ่อปราโมทย์
๑๒ ก.พ. ๒๕๕๙

. . . . . . . .

ช่วยเป็นกำลังสืบทอดต่อไปกันนะคะ

_/\_ _/\_ _/\_

Leave a Reply