คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิตที่เราควรไขว่คว้า หรือไปให้ถึง เราจะดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเหมาะสมและไม่เสียใจภายหลัง เราจะแต่งงานดีหรือเปล่า เราจะเลือกเรียนอะไรดี วันนี้จะทำอะไรดี จะไปเที่ยวต่างประเทศดีหรือเปล่า ระหว่างสองสิ่งที่ต้องเลือกเราจะเลือกอะไรดี สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้

จนวันนี้อายุกว่า 64 ปีจึงสรุปสิ่งที่รู้ สิ่งที่ประสพมา และสิ่งที่คิดออกมาเป็นคำพูดสั้นๆว่า “เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ให้สูงสุดเท่าที่ร่างกายและปัญญาจะอำนวยให้”

เราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร

เนื่องจากความไม่รู้นี่เอง เราจึงต้องทำให้รู้  โดยจะต้องหมั่นศึกษา ต้องเรียนรู้ และสิ่งแรกที่ต้องเรียนรู้คือ ความสามารถในเรียนรู้ และการความสามารถในการรับรู้ เช่น ต้องเรียนรู้ที่จะอ่านออก เรียนรู้ที่จะหาแหล่งข้อมูล เช่นหนังสือ, Internet และคบกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

ส่วนความสามารถในการรับรู้ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพัฒนาขึ้นมาเช่นกัน  เราจะเห็นว่า เด็กสองคนใช้เวลาในการเรียนรู้เท่ากัน ห้องเดียวกัน แต่มีความรู้และความสามารถไม่เท่ากันเพราะ ความสามารถในการรับรู้ไม่เท่ากัน คนหนึ่งมีสมาธิดี มีสติดี อ่านหนังสือได้เร็วกว่า และมากกว่า ก็จะรับรู้ซึมซับความรู้ได้มากกว่า และอาจจะสามารถนำไปประยุกต์ในการสอบที่พลิกแพลงได้

แล้วเรื่องอะไรบ้างที่ควรเรียนรู้ และควรเรียนแบบกว้างๆ หรือเรียนแบบลึกๆดี คือเรียนรู้เรื่องอะไรก็รู้จนเป็นที่หนึ่งเลยหรือจะเรียนรู้แทบทุกเรื่อง แบบรอบรู้แต่ไม่ต้องเก่งกาจมากก็ได้ สำหรับเรื่องนี้ผมมีความคิดว่าเราต้องรักษาสมดุลย์ในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง คือเรียนรู้ในเรื่องต่างๆเท่าที่โอกาสจะอำนวย แต่ต้องรู้ให้สามารถประยุกต์ได้ หรือสอนคนอื่นได้ ไม่ใช่เรียนแบบจับปล่อยแบบเยียบขึ้ไก่ไม่ฝ่อ ไปเรื่อยๆ หรือเรียนรู้อยู่เรื่องเดียวแบบคนเก่งที่เก่งอยู่เรื่องเดียว แต่ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร

การพัฒนาและการเรียนรู้อยากจะแบ่งออกเป็นสามด้าน คือ ร่างกาย สมอง และจิตใจ ซึ่งต้องให้ความสำคัญพอๆกัน

การพัฒนาด้านร่างกายก็ต้องพัฒนาทั้งด้าน สี่ด้านคือ endurance ความอึดและอดทน strength ความแข็งแรงมีกล้ามเนื้อ balance การรักษาสมดุล การควบคุมร่างกาย ให้เป็นไปได้ดังใจ และ flexibility คือมีความอ่อนตัว ข้อไม่ยึดติดขัดไปหมด เกาหลังก็ไม่ถึง

ด้านสมอง ก็ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ และมีความรู้ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง และสังคม สามารถนำมาใช้ทำมาหากินเลี้ยวชีพได้

ด้านจิตใจ ก็ต้องมีสุขภาพจิตดี มีความสุข และความพึงพอใจในชีวิต ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังคิดอะไร กำลังทำอะไร กำลังมีความสุขหรือมีความทุกข์ มีความยับยั้งชั่งใจ เตือนตนได้ สอนตัวเองเป็น เข้าใจความเป็นไปของโลกแบบมีเหตุและมีผล รู้ซึ่งถึงไตรลักษณ์

Comments

comments

Leave a Reply