Ref: http://en.wikipedia.org/wiki/Simple_living

อะไรคือ Simple Living

220px-Gandhi_spinning_1942.jpg

Simple living คือการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย โดยการลดการครอบครองทรัพย์สิน ลดการบริโภค และใช้ชีวิตแบบพอเพียง พอใจกับการมีแต่สิ่งที่จำเป็น มากกว่าสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช้ชีวิตกับความหรูหราและฟุ่มเฟือย การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ต่างกับการใช้ชีวิตแบบยากจน ตรงที่การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เป็นทางเลือกที่จะเรียบง่ายเอง ไม่ใช่ถูกบังคับ หรือไม่มีทางเลือก คนมีฐานะหรือร่ำรวยก็สามารถพอใจกับชีวิตที่เรียบง่ายได้ และไม่การใช้ชีวิตแบบขี้เกียจไปวันๆ แต่เป็นการใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญกว่า

ทำไมต้อง Simple Living

เหตุผลที่คนหันมาใช้ชีวิตแบบ Simple Living อาจจะมาจาก สาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือหลายๆสาเหตุต่อไปนี้

  • Spirituality จิตวิญญาณ
  • Health สุขภาพ
  • Increase in quality time for family and friends ทำให้มีเวลากับครอบครัวและเพือน
  • Work-life balance สำดุลย์ระหว่างงานกับการใช้ชีวิต
  • Personal taste ความชอบส่วนบุคคล
  • Frugality ความตระหนี่
  • Reducing personal ecological footprint ลดสภาวะโลกร้อน
  • Stress ความเครียด
  • React to materialism, anti-consumerist ต่อต้านวัตถุนิยม และการบริโภคนิยม
  • Tax resistance ต่อต้านภาษี
  • Sustainable development การเป็นอยู่ที่ยั่งยืน
  • Anti-war movement ต่อต้านสงคราม
  • Social justice ความยุติธรรมในสังคม
  • Conservation, degrowth อนุรักษ์นิยม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

ประวัติ

การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมีมานานคู่โลก เพราะศาสนาส่วนใหญ่มักจะสนับสนุนให้คนใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และเน้นการเจริญงอกงามของจิตใจ เน้นความสุขด้านจิตใจ มากกว่าความสะดวกสบายทางวัตถุ ค่านิยมการเป็นอยู่แบบเรียบง่ายนี้จึงได้รับการต่อต้านน้อย และได้รับการยอมรับสำหรับคนทั่วๆไปได้ง่าย

การเป็นอยู่แบบเรียบง่ายทำให้มีภาระกับการหาเลี้ยงชีพ และการปรนเปรอตัวเองน้อยลง มีเวลาและแรงงานสำหรับสิ่งอื่นที่สำคัญในชีวิตมากกว่า บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จึงมักใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สร้างสรรค์ได้มาก เช่น คานที เอดิสัน แม่ชีเทเรซ่า ฯลฯ

ทุกวันนี้เราจะเห็นว่าคนที่สร้างผลงานได้มากในสังคม มักจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ได้เน้นบริโภค หรือชีวิตที่หรูหรา เสียเวลาไร้สาระไปวันๆ

แนวทางการปฏิบัติ

ลดการบริโภค, ลดเวลาทำงานหาเงิน และลดการครอบครองทรัพย์สิน

บางคนลดการบริโภค ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ และลดเวลาในการหาเงิน เวลาที่เหลืออาจใช้ไปในการช่วยเหลือผู้อื่น ทำงานอาสาสมัคร หรือเอาเวลาไปปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้น เช่น ทำงานสร้างสรรค์ งานฝีมือ คนใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ใช่คนขี้เกียจทำงาน แต่ลดการทำงานเพื่อแลกเงิน แต่ยังทำอย่างอื่นๆอย่างมีความสุข หลายคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่อาศัยเงิน

การลดค่าใช้จ่ายทำให้มีเงินเก็บและมีความอิสระทางด้านการเงิน และเกษียนอายุได้ก่อนเวลา

Tracey Smith กล่าวไว้ว่า “ยิ่งคุณใช้เงินมากขึ้น คุณก็ต้องใช้เวลาหาเงินมากขึ้นและมีเวลาให้กับคนที่คุณรักน้อยลง”‘

บ้านและรถก็เป็นสิ่งที่ต้องลดขนาดลง มีเพื่อใช้งานไม่ใช่ความหรูหรา หรือเกียรติยศ

บ้านที่เล็กลงช่วยลดปริมาณสิ่งของที่เราเป็นเจ้าของ และลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการดูแล

ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆเช่น ค่าโทรศัพท์ Cable TV ค่าเช่าบ้าน ฯลฯ ต้องหาทางลด เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

พิ่งพาตัวเองให้ได้มากขึ้น

ลดการพึ่งพาเงิน โดยการปลูกอาหารกินเอง พืชที่ปลูกก็ควรเป็นพืชที่ต้องการการดูแลรักษาน้อย พยามกินอาหารท้องถิ่น เพื่อลดการขนส่ง โดยเฉพาะอาหารที่่สั่งจากต่างประเทศ เรียกว่าลอ Food miles

คนที่อยู่ในเมืองก็สามารถปลูกพืชในกระถาง และพยายามทำสิ่งต่างๆขึ้นใช้เองลดการใช้เงิน หัดซักผ้าเอง แทนการจ้าง ใช้เสื้อผ้าที่ไม่ต้องรีดลดเวลาปรนเปรอตัวเองลง

เกี่ยวกับเทคโนโลยี

คนที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี หากเทคโนโลยีนั้นเป็นมิตรกับโลก เช่น Internet ทำให้สื่อสารได้ดีขึ้นและลดการตัดไม้ทำลายป่า แต่ไม่เห็นประโยชน์ในเทคโนโลยีการสร้างอาวุธทำลายล้างสูง ฯลฯ ที่ไม่มีผลต่อคุณภาพชีวิต

นิยมการใช้เทคโนโลยี่ที่เหมาะสม (Appropriate technology) และเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตเรียบง่ายขึ้นและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

บางกลุ่มไม่นิยมโฆษณา ที่มากับสื่อต่าง เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หรือ internet เพราะทำให้หลงไหลในวัตถุนิยม

อาหารการกิน

การกินอาหารนิยมอาหารง่ายๆ และอาหารในท้องถิ่น บางกลุ่มไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย

คุณก็เรียบง่าย

หากคุณใช้ชีวิตเรียบง่ายก็จงภูมิใจว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนช้าลง มีความสุขมากขึ้น และมีภาระน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะตั้งใจ หรือจำใจ

Leave a Reply