Reff: http://www.mongkoldham.com/text%5CsanRMC_829.pdf

การถ่ายอุจจาระเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักๆที่ทำให้สุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนประสพการณ์ของตัวเอง

ผมคิดตลอดมาว่าการถ่ายอุจจาระไม่สามารถบังคับได้ เหมือนการถ่ายปัสสะวะ ที่ไม่ปวด ก็บังคับให้ถ่ายได้ ผมปกติจะถ่ายเมื่อปวดอุจจาระเท่านั้น หากระยะไหนร่างการแข็งแรง เช่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจิตใจไม่เคร่งเครียด จะถ่ายตอนสายๆทุกวัน แต่หากตอนไหนมีงานยุ่งๆ หรือรีบเร่งก็จะลืมถ่าย ทำให้ท้องผูก จนในที่สุดเป็นริดสีดวง และเท่าที่เคยอ่านมาทำให้เป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ด้วยหากท้องผูกบ่อยๆ

มาเมื่อสองวันนี้ท้องเสีย หลังท้องเสียก็ไม่ถ่ายมาอีกสองวัน วันรุ่งขึ้นจะต้องเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างเดินทางผมจะไม่ค่อยถ่าย ซึ่งจะทำให้ไม่ถ่ายเป็นสามวัน ก็เลยคิดว่าไม่ดีแน่ๆ ตอนเย็นจึงเข้าห้องน้ำนั่งอ่านหนังสือและรอทำใจให้ปวดท้องจะได้ถ่าย ซึ่งไม่คิดว่าจะได้ผล เพราะปกติผมจะถ่ายตอนสายๆ ปรากฏว่าได้ผลผมถ่ายได้สำเร็จ

วันต่อมาก็ทดลองฝึกถ่ายอุจจาระอีก คราวนี้เอาตอนเช้าก่อนที่คนอื่นๆจะตื่น จะได้มีความสงบ และก็ได้ผลอีก ผมจึงไปลอง Google ดูก็รู้ว่า การฝึกถ่ายเป็นเวลานั้น คนทั่วไปเขาทำมากันเป็นปกติ ผมเองต่างหากที่อายุ 60 ปีแล้วพึ่งจะมารู้ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นริสสีดวง

หากคุณยังไม่เคยฝึกก็ฝึกเสียนะครับ สุขภาพจะดี ไม่เป็นริดสีดวงหรือมะเร็งลำใส้ใหญ่

หากจะให้ดีเป็นตอนเช้ามืดน่าจะดี เพราะจิตใจยังสงบ บ้านก็เงียบดี เวลายึดห้องน้ำก็จะไม่มีใครมากวน และตอนสายๆจะไปไหนมาไหนก็จะสบายตัวไปทั้งวันครับ

Note

  • การรำกระบองท่าแถม 30-50 ครั้งช่วยได้มาก
  • การนั่งยองๆ การนวดท้องน้อยทำให้ปวดท้องได้
  • ก่อน 7 โมงเช้าเป็นเวลาที่ควรถ่าย

ทั่วไป

  • ออกกำลังกายให้ลำใส้ได้เคลื่อนไหว
  • รับประทานอาหารที่มีกากเพิ่มขึ้น
  • ดื่มน้ำมากขึ้น

อาหารล้างลำใส้

  • น้ำมะขามเปียก
  • ลูกพรุนแห้ง รับประทานทั้งผล เพราะจะได้กากด้วย ไม่ต้องแยกกินแต่ น้ำ ยกเว้น ถ้าเป็นเด็ก
  • แอปเปิ้ลเขียว กินทั้งผล หรือ ปั่นทั้งกากก็ได้
  • ถั่วดำ จัดเป็นอาหารล้างพิษได้ด้วย
  • สับปะรด และ มะละกอ ซึ่งมีน้ำย่อยช่วยกัดกากคราบโปรตีนเก่า ๆ ที่ถูกย่อยไม่หมด และ จะมีสภาพติดเป็นอุจจาระยางเหนียวสีดำคล้ายกับ “จาระบี”ออก
  • ให้เลี่ยงการ ดื่มน้ำเย็น ในตอนเช้า
  • ให้ดื่มน้ำสะอาด หรือ น้ำอุ่นตอนเช้าสัก 4 แก้ว

หลังตื่นมาท้องว่าง จะช่วยให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ดี ชวนให้ปวดอึขึ้นมามากขึ้นครับ

ฝึกถ่ายให้เป็นเวลา

  • จ้ดเวลาที่เป็นประจำ เช่น ตอนเช้า
  • ช่วงเวลานั้นต้องว่างไม่รีบเร่ง หรือแข่งกับเวลา หรือมีสิ่งรบกวน หรือดึงดูดจิตใจ
  • นั่งทุกวันรอไว้ไม่ถ่ายไม่เป็นไร
  • รอจังหวะการเบ่งขณะอึ ไม่ปวดอย่างเบ่ง

ถ้าขณะนั่งห้องน้ำ ถ่ายหนักอยู่ ถ้าไม่ปวดอย่าเบ่งครับ ให้ลองสังเกตว่ามันจะ “ปวดเป็นช่วง ๆ” แล้วก็คลายไป แล้วประเดี๋ยวก็ปวดบีบขึ้นมาอีก นั่นเป็นเพราะ ลำไส้ท่านบีบตัวเป็นลูกคลื่นเหมือนงูเลื้อย ถ้ามันเลื้อยมาถึงตรงอึพอดี มันจึงปวดขึ้นมา ถ้าเบ่งตอนไม่ปวด จะเหมือนเป็นการ “แกล้งลำไส้” ให้เกิดแรงดันขึ้นมา โดยใช่เหตุ เกิดลำไส้ตอนปลายโป่งพองขึ้นมา กลายเป็น “ริดสีดวงทวาร” ไป

  • นวดลำใส้

ถ้าในเด็ก ให้นวดรอบสะดือ ในผู้ใหญ่ให้นวดตรงท้อง ด้านล่างซ้าย เลยสะดือไป นวดเบา ๆ นวดไปมา แล้วทิ้งไว้สักพัก จะรู้สึกปวดถ่ายขึ้นมาได้

  • เอามือกดท้องด้านซ้ายล่างขณะถ่าย
  • ลุกขึ้นนั่งยองเอาหน้าขา เป็นตัวกดไล่อึออกมา

เพราะที่จริงแล้ว การอึที่ดีตามธรรมชาติของคนคือ “นั่งยอง” เพราะจะได้ มีแรงกดจากหน้าขาด้วย การที่ฝรั่งเอาส้วมแบบนั่งโถ มาให้เราใช้ เป็นการผิดธรรมชาติมนุษย์ ที่จะไม่มีแรงเบ่งอึมากในท่านั่งห้อยขา ทำให้คนเอเชีย กลายเป็นทั้งริดสีดวง และ ท้องผูกมากเหมือนฝรั่งด้วย

  • ลุกขึ้นเดินไปมา จะทำให้ไส้บีบตัวดี สักพักไส้จะบีบรีดเอา “อึท้ายขบวน” ที่เหลือออกมา แล้วเราจะรู้สึกปวดเบ่งอีกที
  • หมุนเอวเป็นเลขแปดนอน หรือ รูปอินฟินิตี้

ในส่วนนี้ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ท่านเล่าว่าพี่น้องท่าน 11 คน เป็นมะเร็งลำไส้หมด โดยทุกท่านนั้นปรากฏว่ามีปัญหาในการขับถ่ายทุกคน มีท่านคนเดียว ที่ไม่เป็นมะเร็งลำไส้ เพราะท่านไม่ เคยมีปัญหาในการขับถ่าย ท่านขับถ่ายได้เป็นปกติทุกวัน โดยท่านให้คำแนะนำว่า เราต้อง กระตุ้นให้ลำไส้ของเราเคลื่อนไหว ทำงานในการขับเคลื่อนของเสียออกทางทวารหนักของ เรา ท่านใช้วิธีการ ดังนี้

เมื่อตื่นนอนแล้ว หากต้องยืนทำอะไรก็ตาม เช่น การยืนล้างหน้า หรือ ยืน แปรงฟัน หรือ ยืนดูทีวี ท่านจะไม่ยืนนิ่งๆ แต่ท่านจะยืนบริหารลำไส้ ด้วยการหมุนเอว ของท่านในรูปอินฟินิตี้ หรือ รูปเลขแปดผรั่งในแนวนอน การยืนบริหารลำไส้เช่นว่า ท่านทำมาในสมัยเป็นหนุ่ม จนปัจจุบันอายุ 66 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาในการขับถ่าย และ ไปตรวจหามะเร็งลำไส้ ก็ไม่ปรากฏ ทั้งๆ พี่น้อง 11 คน เป็นมะเร็งลำไส้หมดทุกคน ก็ขอ นำมาเล่าเสริมในส่วนนี้ด้วยครับ ทดลองทำดูแล้ว ก็ได้ผล ทำให้ขับถ่ายได้วันละ 2 เวลา ครับ – มงคลฯ

ปกติ ไม่ว่าใครก็ตามถ้าความถี่ในการอึน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ถือว่า “ท้องผูก”

Leave a Reply