วันนี้ได้ฟังธรรมจากพระธรรมปิฏก(พระพรหมคุณาภรณ์ ประยุทธ ปยุตโต) ทาง TV รู้สึกเห็นจริง และทราบซึ้งมาก จึงขอจดบันทึกไว้เท่าที่จำได้ เสริมด้วยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้

คนเราขยันหาความสุข โดยแสวงหาเงินทอง หาที่เที่ยว หาที่กิน ฯลฯ แต่ขาดความสามารถที่จะมีความสุข โดยหาความสุขไม่ได้ทั้งๆที่มีทั้งเงินทองและปัจจัยภายนอกรกรุงรังไปหมด

ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Know how to make Living and but don’t know how to live”

สมัยเด็กๆเรามีความสุขง่าย ทุกข์ยาก เมื่อโตขึ้นเราก็เป็นทุกข์ง่ายขึ้น ขณะที่มีความสุขยากขึ้น มาตราฐานความสุขของเราสูขขึ้น อาหารที่เคยกินอร่อย ก็บอกว่าสู้ของวันนั้น วันนี้ ร้านนั้น ร้านนี้ ไม่ได้ ทำให้สุขยากขึ้น ขณะเดียวกันเราก็มีเงื่อนไขของความสุขมากขึ้น เช่น ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้จึงจะถือว่ามีความสุข จึงทำให้เรามีความสุขยากขึ้น แต่กลับทุกข์ได้ง่ายขึ้น เรียกว่า ทุกข์ง่ายสุขยาก

ความสุขของคนสมัยนี้ต้องใช้เงินมากขึ้นและมากขึ้น จึงต้องหาเงินมากขึ้น และมากขึ้น จนมีเวลาพักผ่อนน้อยลง ลูกเมียก็ต้องมาช่วยกันหาเงิน คนสมัยก่อนทำงานปีละสองเดือน ตอนปลูกข้าว กับตอนเก็บเกี่ยว นอกนั้นก็มีเวลาตีไก่ แต่งเพลง สร้างวัด มีเวลาไปช่วยเพื่อนบ้าน คนสมัยนี้ มีเงินมากขึ้น ใช้เงินมากขึ้น บริโภคมากขึ้น จนเป็นสังคมบริโภค แต่ก็ยังมีความสุขน้อยลง ไม่มีเวลาสำหรับคนอื่น แม้แต่ลูกเมีย มีความทุกข์มากขึ้น ฆ่าตัวตายมากขึ้น

พระธรรมปิฏกแนะนำให้มีความสุขจากภายใน ซึ่งไม่ต้องใช้เงิน และมีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้รวยก่อน เรามีปัจจัยภายนอกต่างๆที่พร้อมจะมีความสุข ขาดแต่คุณสมบัติทางจิตใจ ดังนั้นเราจะต้องฝึก เพื่อทำจิตใจสงบ ด้วยการฝึกสมาธิ และการเจริญสติ เมื่อมีสติ และสมาธิ ก็จะเกิดปัญญา เข้าใจความเป็นมาและเป็นไปของโลกและของจิตใจตัวเอง สามารถปล่อยวาง อยู่เหนือความเป็นไปของโลก และหัวเราะให้กับโลกได้

สรุปแล้วท่านให้แบ่งเวลามาฝึกสมาธิ เจริญสติบ้าง เพราใน 24 ชมที่เรามี หากแบ่งไปใช้ทำงานเต็มที่ 8 ชม ก็มากเกินพอ นอน 8 ชม ก็มากเกินไป เวลาที่เหลือจะแบ่งออกมากบริหารจิตกันบ้างแล้วจะได้พบกับความสุขที่ไม่ต้องแสวงหา ไม่ต้องใช้เงิน และอยู่เหนือปัจจัยภายนอก เรียกว่าสุขด้วยปัญญารู้จริง เข้าใจโลก และชีวิต อย่างถูกต้อง เราจึงไม่ถูกโลกหลอกให้กระโดดโลดเต้น ให้ทุกข์ให้สุขแบบโลกๆ

หากวันนี้ท่านยังไม่มีเวลาฝึกสมาธิและเจริญสติแล้ว แสดงว่าท่านยังไม่รู้เรื่องเร็วช้า หนักเบา ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตมากกว่ากัน ไม่ใช่ไม่มีเวลา แต่ใช้เวลาในเรื่องสำคัญน้อยกว่านั่นเอง ให้เวลาในการหาความสุขมากกว่าการเพิ่มพูนศักยภาพในการมีความสุข น่าเสียดายมากๆเกิดมามีปัญญาไม่พอที่จะรู้จัก เร็วช้า หนักเบา (Set Priority) อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำที่หลัง อะไรที่สำคัญ อะไรที่ไม่สำคัญ

Leave a Reply