เกี่ยวกับหนังสือ

  • The_Little_Book_That_Beats_The_Marketหนังสือในแบบ PDF
  • ในหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงสูตรมหัศจรรย์ที่ใช้ในการลงทุนในตลาดหุ้น โดย Joel Greenblatt ผู้คิดค้นสูตรนี้เป็นผู้จัดการกองทุนชื่อดังซึ่งทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 40% ต่อปี มากว่า 20 ปีแล้ว ในขณะที่ปีเตอร์ ลินซ์ ทำได้ 29% ในช่วง 13 ปี และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำได้ 21% ในช่วง 40 ปี
  • Joel Greenblatt เขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้ลูกทั้ง 5 ของเขา และเพื่อสอนลูกๆทำเงิน ดังนั้นการเขียนจึงง่ายๆ แม้แต่เด็กก็อ่านได้ (Greades 6 หรือ 8 ขึ้นไป) หลักการอาจจะดูง่ายเกินไป แต่มันได้ผล และมีความเสี่ยงต่ำ หลักการและสูตรต่างๆเกิดจากประสพการณ์การเล่นหุ่นกว่า 25 ปี และกลั่นกรองจากการสอนอีก 9 ปีใน Ivy League business school.

บันทึก

  • การเล่นหุ้นคุณจะหวังพึง ผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการไม่ได้ คุณต้องพึงตัวเองเท่านั้น

บทที่ 1

  • อาชีพนักเล่นหุ้นคือคนที่คอยดู และเฟ้นหาว่าผู้ประกอบธุรกิจเจ้าไหนที่มีแนวโน้มจะไปได้ดี และมีกำไรพอสมควรในระยะยาว จากนั้นจึงเข้าไปถือหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงของธุรกิจนั้น
  • ในตลาดหุ้นเป็นตลาดที่มีสินค้าราคาครึ่งราคาจำนวนมาก แต่คุณต้องรู้จักเฟ้นหา ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะสอนให้คุณรู้วิธีหาว่าหุ่นตัวที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง ซึ่งคุณสามารถนำไปทำกำไรได้
  • หนังสือเล่มนี้จะมีสูตรวิเศษที่จะใช้ในการเล่นหุ้น

บทที่ 2-3

  • ต้องรู้จักเก็บเงิน และทำให้งอกเงยขึ้นด้วยการลงทุน
    • ฝากธนาคาร ได้ดอกเบี้ยน้อยกว่าค่าเงินเฟ้อ
    • ซื้อพันธบัตร มีความเสี่ยงบ้างหากเป็นของเอกชน แต่ผลตอบแทนดีกว่าธนาคาร
    • กองทุน มีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตร ผลตอบแทนขึ้นกับการบริหารกองทุน
    • ซื้อหุ้น มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุน แต่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
      • แบบการร่วมลงทุน ต้องอาศัยเวลาในการศึกษาตัวหุ้นและสภาวะเศรฐกิจ
      • แบบเก็งกำไร เสี่ยงมากพอๆกันการพนัน เพราะต้องเดาอารมย์ซึ่งแปรปรวนของตลาดให้ได้
    • ทำธุรกิจ ซึ่งต้องอาศัยความรู้และเวลาในการดำเนินการ
    • เล่นการพนัน ซึ่งโอกาสกำไรมีน้อยมาก เจ้ามือรวยลูกเดียว
  • สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการซื้อหุ้น
    • การซื้อหุ้นคือการร่วมทุน มีส่วนได้และเสียกับอนาคตของธุรกิจนั้นๆ
    • ศึกษาอนาคตของธุรกิจนั้น ว่าจะกำไรเป็นจำนวนเท่าใด
    • ผลตอบแทนที่ได้จากการซื้อหุ้นจะต้องสูงกว่าการซื้อพันธบัตร หรือกองทุน
    • และใช้สูตรที่จะกล่าวต่อไปในหนังสือนี้ด้วย

บทที่ 4

  • หุ้นที่มีราคาเพียงครึ่งหนึ่งของมูลค่ามีหรือเปล่า
    • หากคุณดูราคาหุ้นจะเห็นว่าหุ้นของแต่ละบริษัท ราคาสูงสุดและต่ำสุดในรอบปีหรือสองปีจะมีราคาต่างกันเกือบเท่าตัว หรือราคาต่ำสุดมีค่าเพียง 50 % ของราคาสูงสุด โดยเฉพาะหุ้นหลายตัวในนั้นเป็นของบริษัทใหญ่ ที่มีธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือ
      • คิดดูซิว่า ณ. จุดต่ำของราคา มูลค่าของหุ้นตัวนั้นได้ต่ำลงไปด้วยหรือไม่
      • และราคา ณ. จุดนั้นมันต่ำกว่ามูลค่าหรือไม่
      • เงินปันผลลดลงหรือไม่ ความสามารถในการทำกำไร หรือทรัพย์สินน้อยลงไปหรือไม่
      • ราคาหุ้นขึ้นลงและเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ามูลค่าของหุ้นเนื่องจากอารมย์ของตลาด
      • และคุณสามารถเป็นเจ้าของหุ่นตัวนั้นในจังหวะที่เหมาะสมได้หรือไม่
    • หุ้นหลายตัวมี Cycle ของราคาขึ้นลง เร็วมากๆ ซึ่งหากคุณซื้อขายในเวลาที่เหมาะสมคุณก็ทำกำไรได้หลายรอบ
  • หากคุณสามารถประเมินมูลค่าของหุ้นได้อย่างถูกต้อง และคุณรู้ว่าราคาลดถึง 10 % มันจะน่าสนใจหรือไม่
  • และหากมันมีราคาเพียง 50 % ของมูลค่าคุณจะกล้าซื้อและเก็บมันไว้แม้ไม่มีใครต้องการหรือไม่
  • ทั้งหมดอยู่ที่การประเมินมูลค่าของหุ้นตัวนั้น โดยคุณเอง
  • Margin of Safety คือ มูลค่า ลบด้วยราคา ยิ่งมากยิ่งดี หากเราประเมินมูลค่าผิดไปไม่มากกว่า Margin ก็ถือว่ายังปลอดภัย
  • Mr. Market เป็นคนประสาทที่ตั้งราคาหุ้นตามอารมณ์ โดยไม่อิงกับมูลค่าจริง และยินดีที่จะซื้อหรือขายในราคาที่เขากำหนด

การหา Stock Value

  • การประเมินมูลค่าหุ้นเป็นการประเมินหรือคาดเดาความสามารถในการทำกำไรของกิจการ ในหลายๆปีข้างหน้า ซึ่งแม้แต่เซียนก็ยังทำได้ยาก
  • โดยต้องประเมินอุตสาหกรรม หรือชนิดของธุรกิจว่าตัวไหนจะมีอนาคต
  • ต่อไปก็ประเมินว่าหุ้นตัวไหนที่ทำได้ดี หรือมีความได้เปรียบในธุรกิจนั้นๆ อาจจะเป็น Top Five ก็ได้
  • ประเมินหุ้นตัวนั้นทั้งด้านการผลิต การตลาด งบการเงินต่างๆ นโยบายและผู้บริหาร ประเมินประวัติและคาดการณ์อนาคต

บทที่ 5

Leave a Reply