ทุกวันนี้เรามักจะถูกทำให้คิดว่าไม่มีเวลาหรือมีอิสระที่จะทำอะไรที่เราต้องการทำจริงๆ หรือสำคัญจริงๆ เช่น บางคนมีลูก แต่ต้องไปจ้างคนอื่นเลี้ยง หรือมีเวลาทำงานแต่ก็ไม่มีเวลาศึกษาพัฒนาความสามารถในการทำงาน มัวทำงานเหมือนลูกหมาตกน้ำไปวันๆ ไม่มีเวลาเรียนว่ายน้ำให้เป็นมืออาชีพ หากคิดดูดีๆ สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากก็จะเป็นเรื่องการทำมาหากินเป็นส่วนใหญ่  ที่ทำให้เราไม่มีอิสระ ที่จะทำในสิ่งที่สำคัญหลายๆ อย่างในชีวิต  ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร?

เพราะสังคมยุคนี้คนเราถูกหลอกให้บริโภค ในสิ่งที่ไม่จำเป็นจำนวนมาก และทำให้ต้องทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อรักษามาตราฐานการบริโภคไว้แบบจมไม่ได้ หรือจมไม่ลง ทั้งที่ในยุคนี้ โลกเราทันสมัยมากขึ้น มีเครื่องทุ่นแรง มีสวัสดิการสังคมต่างๆ  สิ่งของที่ผลิตด้วยขบวนการทางอุตสาหกรรมต่างมีราคาถูก ทำไมเรายังต้องทำงานหนักกันอยู่ และบางทีหนักกว่าในยุคแรกๆด้วยซ้ำไป

ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาหาสมดุลย์ใหม่ให้กับการทำงาน และการใช้ชีวิต หรือที่เรียกว่า Live Balance  คือมีเวลาและมีอิสระในการทำในสิ่งที่สำคัญในชีวิตได้ และสามารถใช้ชีวิตแบบไม่ขาดแคลน หากเรารู้ที่จะใช้ชีวิตแบบ Simple Living โดยไม่ต้องทำงานแบบเอาเป็นเอาตายอย่างทุกวันนี้

การใช้ชีวิต Simple Living หรือแบบเรียบง่าย คือรูปแบบของการใช้ชีวิตที่เลือกเองด้วยความเต็มใจเพื่อความสุขสูงสุด และความทุกข์น้อยที่สุด ไม่ได้ทำเพราะยากจน หรือถูกภาวะเศรษฐกิจบังคับ โดยใช้ชีวติที่เรียบง่าย  ใช้จ่ายเงินทอง ข้าวของ และทรัพยากรต่างๆ เท่าที่จำเป็น อย่างสร้างสรรค์  และมีประสิทธิภาพ  โดยจะต้องเริ่มต้นโดยมีลักษณะภายในดังต่อไปนี้ ก่อนการเปลี่ยนแปลงภายนอก คือ

  • คุณต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต และคุณว่าต้องการที่จะทำ จัดลำดับให้ได้ แค่ 4-5 อย่าง เช่น สุขภาพ จิตวิญญาณ สุขภาพจิต พ่อแม่ ครอบครัว ลูกๆ ความหมายของชีวิต การเรียนรู้ ความสามารถ  การสร้างสรรค์  ศิลป ดลตรี การศึกษา ฯลฯ   และต้องเข้าใจว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต หากมีรายได้พอดำรงชีพ แต่ทุกวันนี้เราไม่ได้กินอาหาร เรากินบรรยากาศ เราแสวงหาเกียติยศ ความมีหน้ามีตา เงินจึงไม่พอใช้
  • ต้องเข้าใจว่า เวลาและความเป็นอิสระเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เพื่อเป็นอิสระจากพันธนาการของการหาเงิน เพื่อให้มีเวลาสำหรับสิ่งที่สำคัญก่อน เราจึงต้องอยู่แบบ Simple Living ยิ่งเราต้องการใช้เงินน้อยลงเท่าใด อิสระ และเวลาก็จะมากขึ้น
  • พอใจกับสิ่งที่มีเท่าที่จำเป็น แบบเรียบง่าย อะไรไม่ได้ใช้ก็จะกำจัดออกไปจากชีวิต เพื่อให้ชีวิตเบาสบาย มีเวลามากขึ้น ไม่แสวงหา และสะสม ระวังที่จะไม่ให้สิ่งที่ได้มา สร้างภาระ รกรุงรัง หรือทำให้ชีวิตซับซ้อน วุ่นวาย เสียเวลา บางคนมีสมบัติมาก มีบ้านหลังโต หลายหลัง ก็วุ่นวายเสียเวลาไปกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษา และป้องกันโจรภัย
  • ให้ความสำคัญกับการมีความสุขใจ มากกว่าความสุขกาย เน้นความสุขที่มาจากความสงบในจิตใจที่ไม่ดิ้นรน หรือเร้าร้อน หรือ แสวงหา แต่รู้สึกมั่นคง เพราะได้ใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญอย่างเต็มที่
  • เราต้องไม่ให้ความสำคัญกับความสุขที่มาจากการบริโภค การครอบครองทรัพย์สิน ชีวิตที่หรูหรา การท่องเที่ยวที่ฟุ่มเฟือย  ไม่สนใจ เกียรติยศ การยอมรับ ความรักจากคนอื่นและสังคม
  • มีอิสระจากพันธนาการจากสิ่งทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือผู้คน ไม่โหยหา ไม่รู้สึกเสียดายหากต้องสูญเสีย
  • ไม่ใช่นักพรตที่มีวินัย และข้อห้ามต่างๆ แต่มีอิสระที่จะทำตามที่เห็นสมควร มีเหตุมีผล ไม่ต้องยึดกฏเกณฑ์ที่ขาดเหตุผลจนเกินไป
  • ไม่ทำในสิ่งที่เป็นการเบียดเบียนตัวเอง คนอื่น สังคมและธรรมชาติ การเบียดเบียนนี้มีความหมายลึกซึ้ง การเที่ยวหรือการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ก็ถือเป็นการเบียนเบียนตัวเอง
  • ถึงจะไม่มีภาระในการหาเงินตัวเป็นเกลียว แต่คนที่อยู่อย่าง Simple Living ไม่ใช่คนขี้เกียจ  แต่กระตือลือล้นในการทำเรื่องต่างๆที่คิดว่าสำคัญสำหรับชีวิต เช่น การดูแลสุขภาพ กาย  สุขภาพใจ ความรับผิดชอบต่อญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สังคม ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การสร้างสรรค์และพัฒนาตัวเอง
  • เราควรจะชอบแสวงหาความรู้ด้านปัญญา แทบทุกสาขา ที่จะทำให้เข้าใจชีวิต และพัฒนาตัวเองเพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่นชมกับปัญญา ความงดงามของธรรมชาติ ความสำเร็จในการสร้างสรรค์ และภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์กับคนอื่น

รูปแบบภายนอกที่เราเห็นสำหรับพวก Simple Living เช่น การอยู่บ้านหลังเล็ก มีเข้าของน้อย ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ในเรื่องของการกิน และการออกกำลังกาย พึ่งพาตัวเอง เช่น ทำอาหารกินเอง ปลูกผักกินเอง  บางคนชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ อาจจะมีบ้านติดล้อ บางคนอาจจะใช้พลังงานน้อย จนสามารถใช้ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แทนไฟฟ้าบ้าน บางคนก็เลือกที่จะอยู่ในชนบทที่อากาศดี ทำเกษตรแบบอินทรีย์

คนพวกนี้ชอบทำงานที่ใช้ทักษะสูง ใช้เทคโนโลยี เป็นคนรอบรู้ ทำงานด้วยสมอง มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม และบางคนก็สามารถมีรายได้โดยเป็นอิสระจากองค์กรด้วย เช่นเป็น Freelancer  หรือประกอบวิชาชีพอิสระ   ใช้ประโยชน์จากกฏหมาย และสวัสดิการสังคมที่มีอย่างเหมาะสม

ในทางตะวันตกเช่น หลายประเทศในยุโรป และอเมริกาจะมีชั่วโมงทำงานน้อยกว่าในเอเซีย และจะเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับ Life Balance และ Simple Living มากขึ้น เช่น คนยุโปรขี่รถเล็กกว่าคนในบ้านเรา และใช้มือถือรุ่นเก่ากว่าเรา ในขณะเดียวกันคนในเอเซียจะให้ความสำคัญในการทำงานงานมากกว่า เรียกว่าทำงานตัวเป็นเกลียว แต่ยังไม่พอกิน เพราะเราใช้เงินเกินตัว

การจะอยู่แบบ Simple Living ต้องเริ่มจากภายใน คือเข้าใจลักษณะภายในจิตใจ พัฒนาความสามารถ และพร้อมที่จะปรับใจให้เข้ากับ Simple Living จึงจะมีความสุข  การปรับแต่ภายนอก เช่น อาศัยอยู่ในบ้านติดล้อ แต่โหยหาความสบายทางร่างกาย และข้าวของต่างๆ คงทำให้ชีวิตมีทุกข์มากกว่าจะมีสุขนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply